“พาณิชย์” จับมือ “มทร.ธัญบุรี” ปั้นกำลังคน ป้อนธุรกิจผู้ให้บริการขนส่ง รองรับการเปิดเสรีการค้า

กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จับมือ มทร.ธัญบุรี พัฒนากำลังคนในธุรกิจ ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางถนนและโลจิสติกส์ตามมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อเสริมศักยภาพในการแข่งขันและปรับตัวเพื่อรองรับการเปิดเสรีทางการค้า

 

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เปิดเผยว่า ธุรกิจบริการขนส่งสินค้าทางถนนและโลจิสติกส์ของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอีในปัจจุบันกำลังได้รับแรงกดดันจากสภาพการแข่งขันที่รุนแรง และคู่แข่งที่เป็นบริษัทต่างชาติที่มีศักยภาพในด้านการบริหารจัดการที่เหนือกว่า มีความได้เปรียบในด้านทุน ระบบสนับสนุนและเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ ทั้งยังมีแผนการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ทางกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จึงมอบหมายให้ มทร.ธัญบุรี เป็นที่ปรึกษาและร่วมกันพัฒนากำลังคน ในชื่อโครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในธุรกิจผู้ให้บริการขนส่งเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (ระยะที่ 3)

เป้าหมายหลักของโครงการ ประการแรกเพื่อยกระดับบุคลากรในธุรกิจผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางถนนและโลจิสติกส์ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพ โดยจัดให้มีการพัฒนาความรู้ของผู้ประกอบการขนส่งผ่านหลักสูตรฐานสมรรถนะวิชาชีพที่มีการฝึกอบรมแบบเข้มข้น มีชุดฝึกอบรมที่มีมาตรฐานเพื่อใช้เป็นหลักสูตรต้นแบบต่อไป และประการที่สองเพื่อพัฒนาบุคลากรจากสถานประกอบการให้มีศักยภาพ และสามารถเป็นวิทยากรต่อไป ซึ่งจะทำให้พัฒนาบุคลากรได้อย่างต่อเนื่องและสร้างความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ

“เรามองว่าทรัพยากรมนุษย์เป็นทรัพยากรที่สำคัญสุดในการพัฒนา และการจัดการทรัพยากรมนุษย์ที่ดีจะส่งผลอย่างมากต่อความก้าวหน้าขององค์กร ทั้งในระดับบริหารและปฏิบัติการ ทางคณะทำงาน มทร.ธัญบุรี จึงได้พัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพโลจิสติกส์ สาขาจัดการขนส่ง รวมถึงผ่านการระดมความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพดังกล่าว และผู้เชี่ยวชาญจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จนสำเร็จเป็นหลักสูตรที่ทันสมัยสำหรับใช้ในการอบรมทั้งหมด 6 หลักสูตร” รศ.ดร.ประเสริฐ อธิบาย

หลักสูตรฝึกอบรมผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางถนนและโลจิสติกส์ทั้งหมด แบ่งเป็นระดับต้น คือหลักสูตรการรับและส่งมอบสินค้าจากการขนส่งสินค้าทางถนนและหลักสูตรพื้นฐานการจัดการขนส่งสินค้าทางถนน ระดับกลาง ได้แก่ หลักสูตรเทคนิคและวิธีการควบคุมยานพาหนะในการขนส่งสินค้าทางถนน และหลักสูตรแนวทางป้องกันและแก้ไขการเกิดอุบัติเหตุจากการขนส่งสินค้าทางถนน และระดับสูง ได้แก่ หลักสูตรการวางแผนและการควบคุมการขนส่งสินค้าทางถนน และหลักสูตรการบริหารการขนส่งสินค้าทางถนน นอกจากนั้นยังได้พัฒนาเอกสารประกอบการฝึกอบรมธุรกิจผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางถนนและโลจิสติกส์ ซึ่งได้จัดทำเนื้อหาและรายละเอียดการเรียนการสอนในลักษณะของเอกสารประกอบการฝึกอบรมให้ครอบคลุมตามกำหนดในหลักสูตร และเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน จึงได้พัฒนาวิทยากรต้นแบบหรือผู้ฝึก (Train the Trainers) โดยคัดเลือกจากผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพด้านขนส่งระดับหัวหน้างานขึ้นไป เข้าฝึกอบรมเทคนิคการเป็นโค้ชเพื่อให้มีสมรรถนะด้านครูฝึก เพื่อเป็นวิทยากรฝึกอบรมให้กับผู้ประกอบอาชีพในด้านนี้ต่อไปตามเป้าหมายของโครงการ

ขณะเดียวกัน ยังมีการติดตามและการประเมินผลภายหลังฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องด้วย เช่น การประเมินด้านการตอบสนองด้านการเรียนรู้ ด้านพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป และผลลัพธ์ที่เกิดต่อองค์กร ซึ่งจากผลการประเมินทั้งหมดในกลุ่มตัวอย่าง พบว่า ผลการประเมินอยู่ในระดับดีมากทุกด้าน แสดงให้เห็นว่าหลักสูตรที่พัฒนาในโครงการเกิดผลลัพธ์ในทิศทางที่ดี สามารถนำไปใช้กับผู้ประกอบการในธุรกิจผู้ให้บริหารขนส่งเพื่อยกระดับและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันต่อไปได้

จากการดำเนินงานทั้งหมดในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของธุรกิจสาขานี้ ทั้งการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมสำหรับเตรียมความพร้อมและยกระดับบุคลากรในธุรกิจนี้ให้ได้มาตรฐานวิชาชีพ การสร้างวิทยากรต้นแบบจากบุคลากรในอาชีพให้สามารถนำหลักสูตรและชุดฝึกอบรมที่ได้ไปดำเนินการพัฒนาในธุรกิจนี้ต่อไป นับเป็นแนวทางสร้างโอกาสในการเรียนรู้ให้กับบุคลากรสำหรับการพัฒนาตนเองและเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ รวมถึงใช้เป็นแนวทางในการยกระดับทรัพยากรมนุษย์ในธุรกิจผู้ให้บริการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ของไทย รวมถึงเป็นต้นแบบในการพัฒนาวิชาชีพอื่นต่อไป

การพัฒนากำลังคนในธุรกิจบริการขนส่งสินค้าทางถนนและโลจิสติกส์ของประเทศไทยครั้งนี้ ผู้ประกอบการได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง เติมเต็มองค์ความรู้ในด้านต่าง ๆ ทำให้บริษัทหรือองค์กรธุรกิจเกิดความเข้มแข็ง สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น อันจะช่วยสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เติบโต และคาดหวังว่าจะมีความแข็งแกร่ง สามารถยืนหยัดอย่างมีศักยภาพในอนุภูมิภาคและอาเซียนต่อไปได้.