สกอ.ช่วยปัญญาชน37ล้านบ.ด้านกีฬา

ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2561
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จัดงบกว่า 37 ล้านบาท ขับเคลื่อน กีฬาปัญญาชนโดยจะมีกิจกรรมแน่นตลอดทั้งปี ทั้งในประเทศ กีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ที่ มทร.ธัญบุรี และต่างประเทศส่งแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยอาเซียนที่เมียนมา
ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ประธานคณะกรรมการบริหารกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ก.ก.ม.ท.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารฯ ครั้งที่ 1/2561 ที่จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งแรกในวาระการบริหารงานประธานก.ก.ม.ท.ใหม่ โดยที่ประชุมรับรองคณะผู้ทรงคุณวุฒิที่ยังคงเป็นชุดเดิมประกอบด้วย รศ.พินิตร ตะนานุกูล, รศ.วิชิต คนึงสุขเกษม, รศ.สุพิตรส มาหิโต, ผศ.อมรพงศ์ สุธรรมรักษ์, นายถิรชัย วุฒิธรรม นอกจากนี้ ยังแต่งตั้งรองประธาน ก.ก.ม.ท.อีก 3 คน ประกอบด้วย รศ.วิชิต คนึงสุขเกษม (จุฬาฯ), นายพงศ์ภัทร อนุมัติราชกิจ (ม.รังสิต), นายขจร จิตสุขุมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)
สำหรับกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในการทำงานของ ก.ก.ม.ท.ปี 2561 ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) รวมทั้งสิ้น 37,186,000 บาท โดยจะมีกิจกรรมสำคัญอาทิการเป็นเจ้าภาพกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยครั้งที่ 45 วันที่ 22-31 ม.ค. ที่ มทร.ธัญบุรี 17 ล้านบาท, เจ้าภาพมวยไทยชิงชนะเลิศมหาวิทยาลัยโลก ที่สพล.ชลบุรี วันที่ 23-29 ก.ค.3 ล้านบาท รวมทั้งการเตรียมและส่งนักกีฬาแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยอาเซียน ครั้งที่ 19 เดือนธ.ค.ที่เมียนมา เป็นต้น
ที่ประชุมได้เสนอให้มีการหามาตรการป้องกันการฝ่าฝืนระเบียบ ข้อบังคับ ในการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ทั้งในด้านคุณสมบัตินักกีฬา และเกี่ยวกับการแข่งขันที่เกิดขึ้นมา ซึ่งเรื่องนี้ประธาน ก.ก.ม.ท.กล่าวว่า จะหามาตรการแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น ปัญหานี้เกิดจากการตั้งเป้าหมายที่ความเป็นเลิศมากเกินไป ดังนั้น ก.ก.ม.ท.ต้องกลับมาดูทิศทางใหม่ว่าต้องการแข่งกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยเพื่ออะไรมากกว่าที่จะมุ่งแต่ความเป็นเลิศ จัดแล้วต้องเสียงบประมาณเยอะแต่ไม่มีส่วนร่วมทั้งในสถาบันและชุมชน
นอกจากนี้ ประธาน ก.ก.ม.ท.ยังกล่าวว่าเนื่องจากตนมีวาระทำงานเพียง 9 เดือน จึงต้องทำเรื่องใหญ่ๆให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งนโยบายหลักๆที่มองไว้มี 3 ข้อ คือ 1.ส่งเสริมกีฬาเพื่อสุขภาพผลักดันกิจกรรมการออกกำลังกายให้ต่อเนื่อง, ขยายเป้าหมายผู้ออกกำลังกายจากนิสิต นักศึกษา ออกไปยังประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงสถาบัน, ให้สถาบันการศึกษาเป็นศูนย์กลางการสร้างเสริมสุขภาพในชุมชน
2.กีฬาเพื่อความเป็นเลิศ พัฒนาการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยและกีฬาบุคลากรให้ตรงกับความต้องการของสมาชิก ให้สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย เข้ามามีส่วนร่วมให้มากขึ้น จัดการแข่งขันให้มาตรฐานสูงขึ้น ปรับปรุงระเบียบให้สอดคล้องสถานการณ์จริงเตรียมนักกีฬาให้เป็นระบบมากขึ้นเปิดโอกาสให้นักกีฬาที่มีศักยภาพได้แสดงความสามารถ และ 3.งานวิชาการกระตุ้นให้นิสิต นักศึกษา สนใจความรู้ด้านการกีฬาให้มากขึ้นดึงองค์ความรู้จากต่างประเทศมาพัฒนา ก.ก.ม.ท.