มทร.ธัญบุรี จับมือ ดีดีมอลล์. อพวช.เปิด “ศูนย์เรียนรู้” กลางกรุง

ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
หลังจากที่ประสบความสาเร็จกับการอบรมบ่มเพาะเอสเอ็มอีกลุ่ม Start up และเอสเอ็มอี Turn around ร่วมกับสานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธนาคารเอสเอ็มอี) โดยสามารถ ช่วยเหลือเอสเอ็มอีกลุ่ม Start up ให้สามารถจดทะเบียนและประกอบกิจการได้ไม่น้อยกว่า 3,000 รายจาก 1 หมื่นรายทั่วประเทศ และช่วยเหลือเอสเอ็มอี Turn around ให้สามารถดาเนินธุรกิจต่อไปได้กว่า 4,000 ราย รวมถึงเอสเอ็มอีกลุ่มอีคอมเมิร์ชหรือกลุ่มตลาดออนไลน์เติบโต ในตลาดกว่า 1 แสนโปรดักส์
ล่าสุด “มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี” (มทร.ธัญบุรี) ประกาศพร้อมร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศผ่านเอสเอ็มอี ภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง โดยเปิด “ศูนย์เรียนรู้นวัตกรรม” หรือ Innovation Knowledge Center ร่วมกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ แห่งชาติ (อพวช.) และ ศูนย์การค้าบางซื่อ จังชั่น (ดีดีมอลล์)ภายในศูนย์การค้าบางซื่อ จังชั่น ใจกลางกรุงเทพฯ โดยมี เปาหมายเพื่ออบรมบ่มเพาะนวัตกรในการคิดสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมและให้คาปรึกษาแก่เอสเอ็มอีในการประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะการพัฒนาต่อยอดธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขัน นอกจากนี้ ยังผลิตงานวิจัยเพื่อให้ เอสเอ็มอี ภาคธุรกิจนาไปใช้พัฒนาต่อยอดธุรกิจโดยเน้นงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ใน 5 คลัสเตอร์หลักที่ตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0 ได้แก่ เกษตรและอาหาร, การผลิต, ไบโอ เทคโนโลยี, ดิจิทัลอิโคโนมี่ สถาปัตยกรรมและการออกแบบ นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นวัตกรรมของเยาวชน นิสิตนักศึกษา ศิษย์เก่า เอสเอ็มอี ภาคธุรกิจ และประชาชนทั่วไปที่สามารถเข้ามาเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสัมผัสนวัตกรรมใหม่ๆได้ตลอดเวลา
รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เปิดเผยว่า มทร.ธัญบุรีเป็นมหาวิทยาลัยที่ผลิตบัณฑิต นักปฏิบัติปอนให้กับภาคอุตสาหกรรมและเป็นแหล่งส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าการแข่งขันให้กับภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม การได้ รับโอกาสจากศูนย์การค้าบางซื่อ จังชั่น ให้ใช้พื้นที่ของห้างฯ เปิดศูนย์เรียนรู้นวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีใจกลางเมืองซึ่งการเดินทางสะดวก รวดเร็วและปลอดภัย ทาให้นิสิตนักศึกษาและประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่าย ส่วนเอสเอ็มอีก็สามารถมาขอคาปรึกษาธุรกิจและรับการอบรมบ่มเพาะได้ตลอดเวลา ซึ่งมหาวิทยาลัยมีผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คาปรึกษา ถ่ายทอดเทคโนโลยี นวัตกรรม ให้เอสเอ็มอี หรือผู้ประกอบการธุรกิจสามารถนาไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจ หรือมีโจทย์ที่จะให้มหาวิทยาลัยทาวิจัยเพื่อนาองค์ความรู้ไปพัฒนาต่อยอดหรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ มหาวิทยาลัยก็พร้อมวิจัยให้ ในขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยก็มีงานวิจัยและนวัตกรรมใหม่ๆ หลากหลาย หลายผลงานได้รับรางวัลในระดับชาติและนานาชาติมาแล้ว ภาคธุรกิจสามารถเข้ามาช็อปและนาไปใช้เพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้เลย นอกจากนี้ยังมีศูนย์เรียนรู้ทางไกลสาหรับนักศึกษาปัจจุบัน ศิษย์เก่า ประชาชนทั่วไป มีห้องสมุดในรูปแบบของ Digital library มีหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ กว่า 5 ล้านเล่ม ให้นักเรียน เยาวชน ประชาชนทั่วไปเข้ามาสืบค้นฟรี “เรามีสัญญากับดีดีมอลลล์เป็นเวลา 6 ปีในการใช้สถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์เรียนรู้ ตอนนี้เรามีสานักงานชั่วคราวอยู่ที่ชั้น 1 ของห้าง เอสเอ็มอี สามารถเข้ามาขอคาปรึกษาได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ ยังมีผลงานวิจัยของอาจารย์ นักวิจัยของเรามาจัดแสดงเพื่อให้ภาคธุรกิจได้เข้ามาชม มาช็อป และหลังจากนี้ประมาณ 3 เดือนก็จะย้ายสานักงานไปอยู่ชั้น 7 เป็นสานักงานถาวร พื้นที่ประมาณ 2,000 ตารางเมตร เป็นศูนย์การเรียนรู้และถ่ายทอดนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีใจกลางเมืองที่พร้อมให้บริการครบวงจร ผมเชื่อว่าพื้นที่ของบางซื่อ จังชั่น จะเป็นสถานที่สร้างนวัตกรรมให้กับสังคมประเทศในอนาคต” รศ.ดร.ประเสริฐ กล่าว
นางโสภา ศิรมณีรัตน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ดีดีมอลล์ จากัด กล่าวว่า บางซื่อ จังชั่น ดีใจและภูมิใจที่ได้ทาประโยชน์เพื่อสังคมโดยเฉพาะด้านการศึกษาของเด็กและเยาวชน การให้ มทร.ธัญบุรี และ อพวช.ใช้พื้นที่ของห้างฯ เปิดศูนย์การเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อเยาวชน และประชาชน ทุกเพศ ทุกวัย ได้เข้ามาเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ส่วนเอสเอ็มอี หรือร้านค้าย่อย ที่ค้าขายอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ก็สามารถมาขอ คาปรึกษาเรื่องการค้าการขายหรือการทาธุรกิจได้ตลอดเวลามั่นใจว่า มทร.ธัญบุรี เป็นมหาวิทยาลัยที่มีศักยภาพและ มีประสบการณ์ในการอบรมบ่มเพาะเอสเอ็มอีจะสามารถ ช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าหรือเอสเอ็มอีทั้งผู้ประกอบการ ใหม่ในการพัฒนาต่อยอดธุรกิจ และผู้ประกอบการ ที่ประสบปัญหาธุรกิจก็สามารถดาเนินธุรกิจต่อไปได้
นางกรรณิการ์ วงศ์ทองศิริ รักษาการผู้อานวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กล่าวว่า พื้นที่ ที่ศูนย์การค้าบางซื่อ จังชั่น มอบให้ อพวช. ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ตั้งอยู่บริเวณชั้นล่างของห้างฯ เนื้อที่ 1,000 ตารางเมตร โดยเปิดเป็นสวนสนุกวิทยาศาสตร์ อพวช. (NSM Science Circus) ให้เด็กและเยาวชน ตลอดจนประชาชนทั่วไปเข้ามาเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และเสริมสร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ในการเป็นนักประดิษฐ์คิดค้นหรือนวัตกรที่จะไปสร้างนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศในอนาคต ซึ่งสถานที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวกสบาย ทาให้เด็กและเยาวชน ตลอดจนประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยระยะแรก อพวช. ได้นานิทรรศการ 2 เรื่องมาจัดแสดง ได้แก่ นิทรรศการ “ยุคมนุษย์ ครองโลก” (Anthropocene) เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับ สิ่งที่โลกกาลังเผชิญจากพฤติกรรมของมนุษย์ เช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ การสูญพันธุ์ของ สิ่งมีชีวิต และ “นิทรรศการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” ที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ความสวยงามของธรรมชาติ วัฒนธรรมประเพณี วิถีชีวิต มีลานกิจกรรมแห่งการเรียนรู้ “Maker Space” ให้เยาวชนได้มาทดลอง สร้างสิ่งประดิษฐ์จากจินตนาการ โดยนาความรู้ตามแนวคิด STEM Education มาออกแบบผลงานของตัวเอง เยาวชนและประชาชนที่สนใจสามารถเข้ามาชมและเรียนรู้ ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยเปิดให้บริการทุกวันจันทร์ศุกร์ เวลา 10.00-17.00 น. และเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย